เช่าซื้อบ้าน 2026

ปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญ

ในยุคปัจจุบัน หลายคนต้องเจอกับปัญหาค่าที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานวัยหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน หรือแม้กระทั่งครอบครัวที่มีรายได้ปานกลาง ต่างก็รู้สึกว่าเงินเดือนที่ได้มาส่วนใหญ่ต้องไปจ่ายค่าที่อยู่อาศัยเสียเกือบหมด จนแทบไม่เหลือเงินเก็บออมสำหรับอนาคต

ปัญหานี้เรียกว่า "ภาระค่าเช่าที่สูงเกินสมดุล" หรือ Rent Burden ซึ่งหมายถึงการที่คนเราต้องใช้เงินส่วนใหญ่จากรายได้ไปจ่ายค่าที่อยู่อาศัยมากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการเงินในด้านอื่นๆ

ภาระค่าเช่าคืออะไร?

โดยทั่วไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำว่าค่าที่อยู่อาศัยไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ต่อเดือน แต่ในความเป็นจริง หลายคนต้องจ่ายมากกว่านั้น บางคนต้องจ่ายถึง 40-50% หรือมากกว่านั้นของเงินเดือน เพียงเพื่อมีที่พักอาศัย

เมื่อต้องจ่ายค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้านมากเกินไป เงินที่เหลือก็น้อยลงไปตามลำดับ ทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายในเรื่องอื่นๆ เช่น อาหาร การรักษาพยาบาล การศึกษา หรือแม้กระทั่งการพักผ่อนหย่อนใจ บางคนอาจต้องทำงานหลายงานหรือทำงานล่วงเวลาบ่อยๆ เพื่อให้มีเงินพอจ่ายค่าที่อยู่อาศัย

สาเหตุที่ค่าที่อยู่อาศัยสูงขึ้น

มีหลายปัจจัยที่ทำให้ค่าที่อยู่อาศัยสูงขึ้น:

การขยายตัวของเมือง เมื่อเมืองใหญ่มีการพัฒนามากขึ้น ผู้คนจากต่างจังหวัดต่างอพยพเข้ามาทำงานในเมือง ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยสูงขึ้น แต่พื้นที่มีจำกัด ราคาบ้านและค่าเช่าจึงพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนในการก่อสร้าง ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน และภาษีต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น เจ้าของบ้านหรือคอนโดจึงปรับราคาเช่าให้สูงขึ้นตามไปด้วย

รายได้ที่ไม่เพิ่มตามสัดส่วน แม้ค่าครองชีพจะสูงขึ้น แต่เงินเดือนของคนทำงานหลายคนไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ทำให้รู้สึกว่าเงินไม่พอใช้มากขึ้นเรื่อยๆ

นักลงทุนและการเก็งกำไร บางพื้นที่มีนักลงทุนเข้ามาซื้อบ้านหรือคอนโดเพื่อปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร ทำให้ราคาสูงขึ้นและคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองซื้อไม่ไหว

ความยากลำบากในการออมเงินดาวน์

เมื่อต้องจ่ายค่าเช่าสูง เงินที่เหลือเก็บออมก็มีน้อย ปัญหาใหญ่คือการออมเงินสำหรับดาวน์ซื้อบ้าน ซึ่งในปัจจุบันต้องใช้เงินก้อนใหญ่มาก

สมมติว่าบ้านหลังหนึ่งราคา 3 ล้านบาท ถ้าต้องการดาวน์ 20% ก็ต้องมีเงินถึง 600,000 บาท ถ้าเก็บได้เดือนละ 5,000 บาท ก็ต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าจะมีเงินพอ และนี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างนั้น


หลายคนจึงติดอยู่ในวงจรของการเช่าบ้านไปเรื่อยๆ

เพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อบ้านเป็นของตัวเอง

แม้จะทำงานมาหลายปีแล้วก็ตาม เงินที่จ่ายไปกับค่าเช่าก็เหมือนเงินที่หายไป ไม่เหลืออะไรสะสมเป็นทรัพย์สิน

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน

ภาระค่าที่อยู่อาศัยที่สูงส่งผลกระทบหลายด้าน:

ความเครียดทางการเงิน ต้องกังวลว่าเงินจะพอจ่ายค่าเช่าในเดือนหน้าไหม ถ้ามีเหตุฉุกเฉินจะมีเงินรับมือไหม

สุขภาพที่แย่ลง เครียดมากจนอาจนอนไม่หลับ รับประทานอาหารไม่ดี หรือไม่มีเงินไปหาหมอเมื่อไม่สบาย

ไม่กล้าเปลี่ยนงาน กลัวว่าถ้าเปลี่ยนงานแล้วรายได้ลดลงจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า แม้จะไม่มีความสุขกับงานปัจจุบันก็ตาม

ชะลอแผนชีวิต บางคนต้องเลื่อนการแต่งงาน การมีลูก หรือการศึกษาต่อ เพราะไม่มีเงินเก็บพอ

ระยะห่างระหว่างคนรวยกับคนจน คนที่มีฐานะดีมีบ้านเป็นของตัวเองก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคนที่ต้องเช่าก็ยังคงต้องจ่ายค่าเช่าไปเรื่อยๆ โดยไม่มีอะไรสะสม

แนวทางรับมือ

แม้จะเป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็มีบางอย่างที่เราทำได้:

วางแผนการเงิน จดบันทึกรายรับรายจ่าย หาทางลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และตั้งเป้าหมายการออมที่ชัดเจน

หาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม พิจารณาหาบ้านเช่าที่ไกลจากตัวเมืองสักหน่อย ซึ่งอาจมีค่าเช่าถูกกว่า หรือหาเพื่อนมาอยู่ร่วมกันเพื่อแบ่งค่าเช่า

เพิ่มรายได้ หาทางทำงานเสริม พัฒนาทักษะเพื่อขอขึ้นเงินเดือน หรือสร้างรายได้จากความสามารถพิเศษที่มี

ศึกษาโครงการช่วยเหลือจากรัฐ บางประเทศหรือพื้นที่มีโครงการบ้านราคาประหยัดหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับคนรายได้น้อย ลองหาข้อมูลดูว่ามีสิทธิ์ได้ไหม

ลงทุนเพื่ออนาคต แม้จะเก็บเงินได้น้อย แต่ถ้าลงทุนอย่างชาญฉลาด เงินอาจเติบโตได้เร็วกว่าการเก็บไว้ในบัญชีธนาคารธรรมดา

สิ่งที่สังคมควรทำ

นอกจากความพยายามของแต่ละคนแล้ว สังคมและภาครัฐก็ควรมีบทบาทในการแก้ปัญหา เช่น สร้างบ้านราคาประหยัดเพิ่มขึ้น ควบคุมราคาเช่าไม่ให้สูงเกินไป ปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะให้คนสามารถอยู่ไกลจากตัวเมืองได้สะดวก และสนับสนุนค่าแรงที่เป็นธรรม

สรุป

ปัญหาภาระค่าที่อยู่อาศัยสูงและความยากในการออมซื้อบ้านเป็นความท้าทายที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ในยุคนี้ การที่ต้องใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับค่าเช่าทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บออมสำหรับอนาคต และยิ่งทำให้การมีบ้านเป็นของตัวเองยากขึ้นไปอีก

แม้จะเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องการทั้งความพยายามส่วนบุคคลและการช่วยเหลือจากสังคม แต่ด้วยการวางแผนที่ดี การบริหารเงินอย่างชาญฉลาด และการไม่ย่อท้อ เราก็สามารถก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้ค่ะ

Previous
Previous

xxxPay Later ! ซื้อก่อนสะดุ้งทีหลัง !

Next
Next

ภาษีสังคมที่ทำให้เจน Y และ Z​ ไม่รวยสักที!