หยุดอ่านบนจอมือถือซะ! E-reader คือคำตอบ: คู่มือถนอมสายตาสำหรับหนอนหนังสือยุคดิจิทัล
ในยุคที่สื่อทุกประเภทถูกแปรอยู่ในรูปแบบดิจิตัล ถ้าคุณยังอ่านหนังสือบนหน้าจอมือถือหรือแท็บเล็ตอยู่ แสดงว่าคุณอาจกำลังทำร้ายดวงตาตัวเองโดยไม่รู้ตัว! E-reader ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตอีกประเภท แต่คืออุปกรณ์ที่ถูกสร้างมาเพื่อ "การอ่าน" อย่างแท้จริง วันนี้เรามาเจาะลึกว่าทำไม E-reader จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องมี และเราควรเลือกค่ายไหนดีระหว่าง "ระบบปิด" ที่เสถียร หรือ "ระบบเปิด" ที่ยืดหยุ่น!
จุดแข็งที่ฆ่าแท็บเล็ตเรียบ! ทำไม E-reader จึงดีต่อดวงตาคุณ?
จอ E-Ink คือพลังวิเศษ (ไม่ปล่อยแสง): นี่คือเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก! E-Ink ไม่ได้ยิงแสงเข้าตาโดยตรง แต่สะท้อนแสงเหมือนกระดาษจริง ทำให้คุณอ่านได้ยาวนานหลายชั่วโมง ไม่เมื่อยล้าสายตา และไม่มีอาการกะพริบ แถมยังอ่านชัดเจนแม้กลางแดดจัด เหมือนอ่านหนังสืออยู่ริมหาดทรายเลยครับ
ชาร์จทีอยู่ยาวเป็นเดือน: ลืมการชาร์จทุกคืนไปได้เลย! แบตเตอรี่ของ E-reader อยู่ได้นานเป็น สัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะใช้พลังงานก็ต่อเมื่อพลิกหน้าเท่านั้น เหมาะสำหรับนักเดินทาง ผู้ที่ชอบอ่านรวดเดียวจบ หรือคนที่ขี้เกียจพกสายชาร์จ!
พกห้องสมุดไปได้ทุกที่: ตัวเครื่องเบาบางมาก แต่สามารถเก็บหนังสือได้เป็นพันเล่มในขนาดเท่าสมุดโน้ตเล็กๆ ทำให้คุณไม่ต้องแบกน้ำหนักมหาศาล และมีหนังสือให้อ่านไม่ซ้ำตลอดทริป!
E-reader เหมาะกับใคร? (ถ้าคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้.. คุณต้องซื้อ!)
สายอ่านมาราธอน (อ่านนาน 2 ชม.+ ต่อวัน): คุณต้องการถนอมสายตาในระยะยาว!
ผู้ที่ต้องการสมาธิขั้นสุด: ไม่มีแจ้งเตือนเด้งให้กวนใจ ไม่มีการเผลอไปไถโซเชียล เพราะมันถูกออกแบบมาให้ทำได้แค่ "อ่าน" เท่านั้น
นักอ่านไฟล์เอกสารและวิชาการ: โดยเฉพาะรุ่นจอใหญ่ ที่เหมาะกับการอ่าน PDF หรือเอกสารทำงานโดยไม่เสียสมาธิ
ถ้าหากคุณชอบความรู้สึกในการอ่านเล่ม การพลิกหน้าหนังสือและกลิ่นของกระดาษ e-reader อาจจะไม่เหมาะกับคุณ แต่หากคุณต้องการความสะดวกในการพกพา สามารถพกห้องสมุดไปกับคุณได้ทุกที่ที่มาพร้อมไฟหน้าจอ (ในบางรุ่น)เพื่อความสะดวกสบายในการอ่าน e-reader เป็นอุปกรณ์ที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด! ในบทความต่อไป เรามาดูถึงความแตกต่างของอุปกรณ์ e-reader แต่ละตัวกัน!