สงคราม AI จบแล้ว? Google กลับมาเป็นผู้ชนะในโลก AI?
ทำไม Google ถึง “พลิกเกม” และกลับมาเป็นผู้ชนะในโลก AI (ปลายปี 2025)
ถ้าย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2024 ภาพของ Google ในโลก AI ไม่ได้ดูสวยเลย
หลายคนมองว่า Google “ตามหลัง”
Gemini รุ่นแรกๆ ถูกมองว่าเป็นแค่ผู้ตาม OpenAI
Search ถูกท้าทาย
นักพัฒนาหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกอื่น
แต่พอเข้าสู่ปลายปี 2025 เรื่องเล่าทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
วันนี้ Narrative ออนไลน์ไม่ได้ถามว่า
“Google จะรอดไหม”
แต่กลายเป็น
“ใครจะสู้ Google ได้”
การเปลี่ยนขั้วนี้ไม่ได้เกิดจากปาฏิหาริย์ แต่เกิดจาก หลายปัจจัยที่มาบรรจบกันในจังหวะเดียว และนี่คือเหตุผลว่าทำไม Google ถึงกลับมาอยู่ตำแหน่ง “คุมเกม”
1. จุดเปลี่ยนจริง: การมาของ Gemini 3
Gemini รุ่นก่อนหน้าอาจถูกมองว่า “ไล่ตาม”
แต่ Gemini 3 คือรุ่นที่ทำให้เกมเปลี่ยน
Google ไม่ได้ปล่อยโมเดลเดียว แต่ปล่อยเป็น “ครอบครัว” ที่ตอบโจทย์คนละแบบ:
Gemini 3 Deep Think: AI ที่ “คิดเป็นระบบ”
จุดขายสำคัญของ Gemini 3 Deep Think คือ
System 2 Thinking – การคิดแบบมีเหตุผลหลายชั้น ไม่ใช่ตอบไวแต่ตื้น
ผลลัพธ์:
ทำคะแนนระดับ เหรียญทอง ในโจทย์คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
แก้ปัญหาที่ AI รุ่นก่อนๆ (รวมถึงคู่แข่ง) พลาด
เหมาะกับงานวิจัย วิศวกรรม การวางระบบซับซ้อน
นี่คือจุดที่ Google ส่งสัญญาณชัดว่า
“เราไม่ได้สร้าง AI ไว้แชทอย่างเดียว”
Gemini 3 Flash: เร็ว ถูก และใช้งานจริง
ถ้า Deep Think คือสมอง
Flash คือกล้ามเนื้อ
เร็วมาก
ต้นทุนต่ำ
เหมาะกับ real-time app
นักพัฒนาจำนวนมากเลือก Gemini 3 Flash เพราะ
คุณภาพต่อราคา (performance per dollar) ดีจนกลายเป็น benchmark ใหม่ของอุตสาหกรรม
ในโลกที่ต้นทุน AI คือเรื่องเป็นเรื่องตาย
Flash คืออาวุธลับของ Google
2. ความได้เปรียบที่คนอื่นไม่มี: Vertical Stack แบบครบห่วงโซ่
บริษัท AI ส่วนใหญ่มีปัญหาเดียวกัน:
ต้องจ่าย “ภาษี” ให้คนอื่น
จ่ายให้ Nvidia สำหรับชิป
จ่ายให้ Cloud Provider สำหรับโฮสติ้ง
แต่ Google ไม่ได้เล่นเกมนี้
TPUs: ชิปของตัวเอง = คุมต้นทุนเอง
Google มี TPU (Tensor Processing Unit) ของตัวเอง
รุ่นที่ 6 และ 7 ทำให้ Google:
เทรนโมเดลได้ถูกกว่า
รันโมเดลในสเกลใหญ่ได้โดยไม่เจ็บต้นทุน
ในระยะยาว นี่คือความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่เชิงเทคนิค
Data Moat: ข้อมูลที่ไม่มีใครเทียบได้
Google ครอบครองชุดข้อมูลที่ “หลากหลายที่สุดในโลก”:
Search: ความตั้งใจของมนุษย์
YouTube: วิดีโอ เสียง ภาพ การเคลื่อนไหว
Maps: โลกจริง การเดินทาง พฤติกรรมเชิงพื้นที่
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ Google:
เทรน AI ให้เข้าใจโลกจริง
สร้างโมเดลที่ไม่ได้เก่งแค่ภาษา แต่เก่ง “บริบท”
นี่คือคูเมืองที่ขุดลึกขึ้นทุกวัน
3. การกระจายที่โหดที่สุด: AI ที่คุณใช้โดยไม่รู้ตัว
คู่แข่งหลายรายโฟกัสที่ “แอป”
แต่ Google โฟกัสที่ “ชีวิตประจำวัน”
Workspace: AI ที่กลืนไปกับการทำงาน
Gemini ไม่ได้เป็นเครื่องมือแยก
แต่กลายเป็น ชั้นพื้นฐาน ของ:
Docs
Sheets
Gmail
ผู้ใช้ไม่ได้รู้สึกว่า “กำลังใช้ AI”
แต่รู้สึกว่า “งานเสร็จเร็วขึ้น”
Chrome + Android: เปลี่ยนคนทั้งโลกเป็นผู้ใช้ AI ในคืนเดียว
Google ฝัง Gemini เข้าไปใน:
Chrome Browser
Android OS
ผลคือ:
ผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคน
ไม่ต้องดาวน์โหลดแอป
ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม
นี่คือการกระจายที่ไม่มีใครทำได้ในสเกลนี้
AI Mode ใน Search: ตัดไฟคู่แข่งตั้งแต่ต้นทาง
Google Search ไม่ได้เป็นแค่ลิงก์อีกต่อไป
แต่กลายเป็น Generative-first Experience
สรุป
วิเคราะห์
ตอบคำถามซับซ้อนทันที
ผลลัพธ์คือ:
AI Search startup ถูกลดความสำคัญ
Threat ถูก “ดูดกลืน” เข้าไปในระบบเดิม
4. Creative Hits: Google หยุดดูเชย
ก่อนหน้านี้ Google มักถูกมองว่า “เก่งแต่ไม่เท่”
แต่ปี 2025 ภาพนั้นหายไป
Nano Banana: ภาพที่คนจำได้
โมเดลสร้างภาพที่:
จัดการตัวอักษรได้ดี
แสงสมจริง
รายละเอียดเนี๊ยบ
Nano Banana กลายเป็นของโปรดของสายครีเอทีฟ
ไม่ใช่เพราะโฆษณา แต่เพราะ คุณภาพจริง
Veo 3: จากของเล่น เป็นเครื่องมืออุตสาหกรรม
Veo 3 ถูกใช้โดย:
สตูดิโอหนัง
ทีมโฆษณา
งาน pre-visualization ระดับมืออาชีพ
นี่คือสัญญาณว่า Google:
“ไม่ได้เล่นแค่ตลาด consumer แต่เข้ามาในตลาด pro”
5. DeepMind: เกมยาวที่คู่แข่งยังตามไม่ทัน
ถ้าส่วนอื่นคือเกมระยะสั้น
DeepMind คือเกมระยะยาว
AlphaFold 3
ปฏิวัติการพับโปรตีน
เร่งงานวิจัยยาและชีววิทยา
AlphaQubit
แก้ปัญหา error ใน quantum computing
วางรากฐานเทคโนโลยีอนาคต
สิ่งเหล่านี้ทำให้ Google ถูกมองว่า:
สร้าง AI ที่ “มีประโยชน์จริง”
ไม่ใช่แค่ AI ที่พูดเก่ง
ภาพรวมการแข่งขัน (ปลายปี 2025)
มิติGoogle (Gemini)คู่แข่ง (OpenAI / Meta)ComputeTPU ของตัวเอง (ต้นทุนต่ำ)พึ่ง Nvidia (ต้นทุนสูง)Reach3 พันล้านผู้ใช้ผ่าน Android / Workspaceใหญ่ แต่เน้นแอปReasoningGemini 3 Deep ThinkGPT-5 / Claude 4Video / ImageVeo 3 / Nano BananaSora / DALL·E 4
บทสรุป: Google ไม่ได้ชนะเพราะโมเดลเดียว แต่ชนะเพราะ “ระบบ”
Google ไม่ได้กลับมาเพราะ Gemini รุ่นเดียว
แต่เพราะ:
คุมต้นน้ำ (ชิป)
คุมกลางน้ำ (แพลตฟอร์ม)
คุมปลายน้ำ (ผู้ใช้)
นี่ไม่ใช่ชัยชนะฉาบฉวย
แต่คือการวางตำแหน่งใหม่ในฐานะ โครงสร้างพื้นฐานของ AI โลก
ในเกมนี้ คนที่มีโมเดลเก่งอาจชนะบางรอบ
แต่คนที่คุมระบบทั้งกระดาน
คือคนที่กำหนดกติกาเกมเอง