ลงทุนหุ้น AI สำหรับคนไทย ปี 2026: ไม่ต้องบินไปเปิดพอร์ตนอก ก็เล่นเกมใหญ่ได้


ปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาดเริ่ม “จริงจัง” กับ AI มากขึ้น
ไม่ใช่แค่ใครพูดคำว่า AI แล้วหุ้นขึ้น แต่คือ ใครทำเงินจาก AI ได้จริง ใครแค่เล่าเรื่องเก่ง

ข่าวดีคือ คนไทย ไม่จำเป็นต้องไปเปิดบัญชีต่างประเทศ
และไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นทีละตัวแบบเสี่ยงสุดขั้ว
เพราะวันนี้ระบบการเงินไทยเปิดทางให้เราเข้าถึงหุ้น AI ระดับโลกได้ง่ายกว่าที่คิด

บทความนี้สรุปให้ชัดเป็น 3 ช่องทางหลัก พร้อมมุมกลยุทธ์สำหรับปี 2026 ว่าเล่นยังไงไม่โดนดูด

ทำไมปี 2026 หุ้น AI จะ “คัดคนเล่น” มากขึ้น

ช่วงปี 2023–2024 คือยุค AI Hype
ใครมีคำว่า AI ในสไลด์ ราคาหุ้นขึ้นก่อน รายได้ค่อยว่ากันทีหลัง

แต่ปี 2026 ตลาดจะถามคำถามโหดขึ้น:

  • คุณ ทำกำไรจาก AI ได้จริงไหม

  • ลูกค้ายอมจ่ายเพิ่มหรือเปล่า

  • Infrastructure รองรับพอไหม

  • กระแสเงินสดอยู่ตรงไหน

ดังนั้น กลยุทธ์ต้องเปลี่ยนจาก “ซื้อเพราะกลัวตกขบวน”
เป็น “ซื้อเพราะเข้าใจโครงสร้างของ AI”

ช่องทางที่ 1: กองทุนรวม AI / กองทุนดัชนี (ง่ายที่สุด และเหมาะกับคนเริ่ม)

ถ้าคุณไม่อยากปวดหัวเลือกหุ้นรายตัว
ให้มืออาชีพจัดพอร์ต AI ระดับโลกให้ นี่คือทางที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด

1) กองทุนกลุ่ม Semiconductor (ต้นน้ำของ AI)

จำไว้สั้นๆ:
ไม่มีชิป = ไม่มี AI

AI ทั้งหมดต้องวิ่งบนชิปประสิทธิภาพสูง ตั้งแต่ Data Center ไปจนถึง Edge Device

กองทุนกลุ่มนี้มักลงทุนใน:

  • NVIDIA – สมองของ AI โลก

  • TSMC – โรงงานผลิตชิปขั้นเทพ

  • ASML – เจ้าของเทคโนโลยีเครื่องผลิตชิปขั้นสูง

ตัวอย่างกองทุนในไทย

  • SCBSEMI

  • K-SEMICON

  • ASP-SEMICON

เหมาะกับ:

  • คนที่เชื่อว่า AI ยังโตอีกยาว

  • อยากจับ “โครงสร้างพื้นฐาน” มากกว่ากระแส

2) กองทุน Big Tech & AI (กลางน้ำ–ปลายน้ำ)

กลุ่มนี้คือบริษัทที่ เอา AI ไปขายจริง
ไม่ใช่แค่โชว์เดโม

ลงทุนในบริษัทอย่าง:

  • Microsoft – Copilot + Azure AI

  • Alphabet (Google) – Gemini + Search

  • Amazon – AWS + AI for Enterprise

  • Meta – AI Content + Ads Optimization

ตัวอย่างกองทุน

  • SCB-US-EQ-TECH

  • K-GTECH

  • TMB-US-BLUECHIP

เหมาะกับ:

  • คนที่เชื่อใน Ecosystem

  • บริษัทที่มีลูกค้าอยู่แล้ว เอา AI ไปเพิ่มรายได้ต่อหัว

3) กองทุน AI เฉพาะทาง (Robotics / Software)

กลุ่มนี้ “เฉพาะทางกว่า แต่ผันผวนกว่า”

ลงทุนใน:

  • Robotics

  • Automation

  • AI Software เฉพาะด้าน

ตัวอย่างกองทุน

  • TNEXTGEN

  • SCBROBO

  • PRINCIPAL G-INNOVATION

เหมาะกับ:

  • คนที่รับความผันผวนได้

  • มองโอกาสโตแรงในบาง Segment

ช่องทางที่ 2: DR และ DRx – ซื้อหุ้น AI โลก ด้วยบัญชีหุ้นไทย

นี่คือ ของดีที่คนไทยยังใช้ไม่เต็มที่

คุณสามารถซื้อหุ้น AI ระดับโลก:

  • ผ่านแอป Streaming

  • ใช้เงินบาท

  • ไม่ต้องเปิดพอร์ตต่างประเทศ

DR คืออะไร

DR (Depositary Receipt) = ใบแสดงสิทธิ์อ้างอิงหุ้นต่างประเทศ
ซื้อขายเหมือนหุ้นไทย

DRx คืออะไร

DRx = ซื้อเป็น “เศษหุ้น” ได้
มีเงิน 300–500 บาท ก็เริ่มได้

ตัวอย่าง DR / DRx สาย AI ที่น่าสนใจ

  • NDX01
    อ้างอิงดัชนี NASDAQ-100
    = รวมตัวท็อป AI ทั้งโลกในตัวเดียว

  • NVDA80X
    NVIDIA – ราชาแห่งชิป AI
    ถ้า AI โต ตัวนี้หนีไม่พ้น

  • MSFT80X
    Microsoft – AI ที่มีรายได้จริง
    Copilot ไม่ได้โชว์ แต่เก็บเงิน

  • AAPL80X
    Apple – Apple Intelligence
    ฐานผู้ใช้มหาศาล + Ecosystem แน่น

  • GOOGL80X
    Alphabet – Gemini AI
    คุม Search + Ads + Data

เหมาะกับ:

  • คนที่อยากเลือก “ตัวจริง”

  • ไม่อยากให้กองทุนเฉลี่ยน้ำหนักให้หุ้นที่ไม่เชื่อ

ช่องทางที่ 3: หุ้นไทยที่ได้อานิสงส์จาก AI (Infrastructure Play)

ไทยอาจไม่ใช่ผู้พัฒนา AI
แต่เป็น ฐานโครงสร้างพื้นฐาน ที่ AI ต้องใช้

1) กลุ่ม Data Center & Cloud

AI = กินไฟ + กินข้อมูล

  • GULF / INTUCH
    ร่วมทุนสร้าง Data Center ขนาดใหญ่

  • ADVANC / TRUE
    โครงสร้างพื้นฐานด้าน Network และ Cloud Service

นี่คือกลุ่มที่:

  • ได้อานิสงส์ระยะกลาง–ยาว

  • Demand ชัด ไม่ต้องลุ้นว่าจะมีคนใช้ไหม

2) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Supply Chain)

  • DELTA / HANA
    ผลิตชิ้นส่วนระบบพลังงาน
    ที่ใช้ใน Data Center และอุปกรณ์อัจฉริยะ

AI จะฉลาดแค่ไหน ก็ต้องพึ่งฮาร์ดแวร์

3) กลุ่ม System Integrator & Consulting

AI จะไม่เข้าองค์กรเอง ต้องมีคนวางระบบ

  • BE8 / BBIK
    ที่ปรึกษา Digital Transformation
    เอา AI ไปฝังในกระบวนการธุรกิจจริง

กลุ่มนี้ได้ประโยชน์จาก:

  • องค์กรที่ “อยากใช้ AI แต่ทำไม่เป็น”

กลยุทธ์ลงทุน AI สำหรับปี 2026 (สำคัญมาก)

ปี 2026 ไม่ใช่ปีของคนฝัน
แต่เป็นปีของคน ดูงบเป็น

โฟกัส 3 เรื่องนี้

  1. Infrastructure มาก่อน
    ชิป พลังงาน Data Center คือของจำเป็น

  2. Software ที่มีฐานลูกค้าเดิม
    ใส่ AI แล้วเก็บเงินเพิ่มได้ทันที

  3. กระแสเงินสด ไม่ใช่แค่สตอรี่

หลีกเลี่ยง

  • บริษัทที่ “ยังไม่รู้จะขาย AI ให้ใคร”

  • หุ้นที่ขึ้นเพราะคำว่า AI แต่กำไรยังติดลบ

ถ้าคุณเพิ่งเริ่ม ควรเริ่มตรงไหน

พูดตรงๆ ไม่อ้อม:

  • ถ้าอยากง่าย → กองทุน Semiconductor

  • ถ้าอยากเลือกตัว → DRx: NVIDIA หรือ Microsoft

  • ถ้าอยากบาลานซ์ → กองทุน + DRx ผสมกัน

อย่าพยายาม “ถูกทุกตัว”
แค่ อยู่ในธีมที่ถูก ก็ชนะคนส่วนใหญ่แล้ว

สรุปสั้นแบบไม่ขายฝัน

AI ไม่ใช่แฟชั่น
แต่มันไม่แจกเงินให้ทุกคนเท่ากัน

ปี 2026 คือปีที่:

  • คนที่เข้าใจโครงสร้าง จะได้เปรียบ

  • คนที่ตามกระแสช้า จะกลายเป็นทางออก

ลงทุน AI ให้เหมือนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ไม่ใช่เหมือนซื้อหวยตามข่าว

เข้าเกมให้ถูกฝั่ง แล้วเวลาเป็นพวกคุณเอง

Previous
Previous

สงคราม AI จบแล้ว? Google กลับมาเป็นผู้ชนะในโลก AI?

Next
Next

หุ้นพลังงานในพื้นที่สงคราม 2026