เงินสำรองฉุกเฉิน !
เรื่องที่หลายคนมักมองข้าม
"พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้" คำพูดนี้ฟังดูเศร้า แต่เป็นความจริงที่เราควรเตรียมตัวรับมือ ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน วันนี้อาจมีงานทำและมีเงินเดือนประจำ แต่พรุ่งนี้อาจเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยฉุกเฉิน รถเสียกะทันหัน หรือแย่ที่สุดคือถูกเลิกจ้างจากงาน
เมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ถ้าเราไม่มีเงินสำรองไว้ เราก็จะต้องหันไปกู้เงิน ใช้บัตรเครดิต หรือกู้นอกระบบ ซึ่งมักมีดอกเบี้ยสูงมาก และนั่นจะทำให้เราติดกับดักหนี้สินที่หลุดออกมายาก
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินทุกคนจึงแนะนำให้เรามี "เงินสำรองฉุกเฉิน" หรือ Emergency Fund ซึ่งเป็นเงินที่เก็บไว้พิเศษสำหรับรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยควรมีจำนวนพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน
เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร?
เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินก้อนหนึ่งที่เราเก็บไว้แยกต่างหาก ไม่ใช่เงินออมทั่วไป ไม่ใช่เงินลงทุน และไม่ใช่เงินที่เตรียมไว้ซื้อของที่อยากได้ แต่เป็นเงินที่เก็บไว้เฉพาะสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น
เหตุการณ์ฉุกเฉินที่ว่านี้ ได้แก่:
ปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยกะทันหัน ต้องเข้าโรงพยาบาล ต้องผ่าตัด หรือต้องรักษาแบบฉุกเฉิน
สูญเสียรายได้ ถูกเลิกจ้าง บริษัทล้ม หรือไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราวเพราะเหตุผลต่างๆ
ซ่อมแซมฉุกเฉิน รถเสีย บ้านรั่ว เครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญพัง ที่ต้องแก้ไขทันที
เหตุการณ์ครอบครัว คนในครอบครัวเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ต้องใช้เงินจำนวนมากกะทันหัน
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่วางแผนได้ แต่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเมื่อเกิดขึ้น มันมักต้องใช้เงินจำนวนมากทันที
ทำไมต้อง 3-6 เดือน?
ตัวเลข 3-6 เดือนไม่ได้มาจากการสุ่มนะ แต่มาจากการคำนวณว่า ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น โดยเฉพาะการสูญเสียงาน เราจะต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหางานใหม่หรือหาทางแก้ไขปัญหา
3 เดือน เหมาะสำหรับคนที่มีงานค่อนข้างมั่นคง มีทักษะที่ต้องการในตลาดแรงงาน และสามารถหางานใหม่ได้ไม่ยาก หรือคนที่ยังโสด ไม่มีภาระหนักมาก
6 เดือน เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัว มีลูกน้อย หรืออยู่ในอาชีพที่การหางานใหม่อาจใช้เวลานาน หรือคนที่ทำงานอิสระที่รายได้ไม่แน่นอน
มากกว่า 6 เดือน เหมาะสำหรับคนที่อยู่ในอาชีพเฉพาะทาง มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีภาระหนักมากๆ เช่น ต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วย
วิธีคำนวณเงินสำรองฉุกเฉินที่ต้องมี คือนำค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดในแต่ละเดือนคูณด้วยจำนวนเดือน
ตัวอย่าง: ถ้าค่าใช้จ่ายต่อเดือนของเราเฉลี่ย 20,000 บาท เงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมีคือ 60,000 - 120,000 บาท (3-6 เดือน)
ทำไมเงินสำรองฉุกเฉินถึงสำคัญ?
ป้องกันไม่ให้ติดหนี้ เมื่อมีเงินสำรองไว้ เราไม่ต้องไปกู้เงินดอกเบี้ยสูง ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแย่ที่สุดคือเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยอาจสูงถึง 20-30% ต่อเดือน
ความอุ่นใจ เมื่อรู้ว่าเรามีเงินไว้รับมือเหตุฉุกเฉิน เราจะนอนหลับสบายมากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำอย่างไร
ไม่ต้องขายทรัพย์สินขาดทุน เมื่อต้องการเงินด่วน หลายคนต้องขายของมีค่า เช่น ทอง หุ้น หรือแม้กระทั่งบ้าน ในราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะได้ แต่ถ้ามีเงินสำรอง ก็ไม่ต้องขายสิ่งเหล่านี้
ป้องกันไม่ให้ชีวิตพังทลาย บางคนเมื่อเจอปัญหาและไม่มีเงินรับมือ อาจต้องออกจากบ้าน หยุดเรียน หรือสูญเสียทุกอย่างที่สร้างมา แต่ถ้ามีเงินสำรอง เราก็มีเวลาในการแก้ปัญหาอย่างมีสติ
ให้เสรีภาพในการตัดสินใจ เมื่อมีเงินสำรอง ถ้างานปัจจุบันไม่ดีหรือถูกกดขี่ เราก็กล้าที่จะลาออกและหางานใหม่ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ได้อย่างไรในระหว่างหางาน
อันตรายของการไม่มีเงินสำรอง
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและไม่มีเงินสำรอง หลายคนจะหันไปหาทางเลือกที่อันตราย เช่น:
กู้บัตรเครดิต ดอกเบี้ยสูงถึง 18-20% ต่อปี ถ้าจ่ายไม่ทันหนี้จะทบต้นและพองโตเร็วมาก
สินเชื่อส่วนบุคคล แม้จะง่ายกว่าการกู้ธนาคาร แต่ดอกเบี้ยก็สูง โดยเฉพาะถ้าไม่มีหลักประกัน
เงินกู้นอกระบบ นี่คืออันตรายที่สุด ดอกเบี้ยสูงลิ่ว บางแห่งคิดรายวันหรือรายสัปดาห์ ถ้าจ่ายไม่ทันอาจมีอันตรายถึงชีวิต
ขอยืมจากเพื่อนหรือญาติ แม้จะไม่มีดอกเบี้ย แต่อาจทำลายความสัมพันธ์ โดยเฉพาะถ้าจ่ายคืนไม่ทันหรือไม่ได้ตามที่ตกลง
เมื่อติดหนี้ดอกเบี้ยสูง หลายคนต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะใช้หนี้หมด ระหว่างนั้นก็ไม่สามารถเก็บออมหรือลงทุนได้ ชีวิตติดอยู่กับการจ่ายหนี้และดอกเบี้ยอย่างไม่มีวันจบ
วิธีสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน
เริ่มจากการตั้งเป้าหมาย คำนวณว่าต้องการเงินสำรองเท่าไหร่ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องยาก เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ ก่อน เช่น 10,000 บาท แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ
เก็บเป็นงวดๆ ไม่ต้องเก็บให้ครบในคราวเดียว แบ่งเป็นเป้าหมายรายเดือน เช่น เดือนละ 2,000-3,000 บาท ถ้าเก็บได้เดือนละ 3,000 บาท ภายใน 2-3 ปีก็จะมีเงินสำรอง 6 เดือนแล้ว
จ่ายตัวเองก่อน เมื่อได้เงินเดือน ให้โอนเงินไปบัญชีออมทรัพย์สำรองฉุกเฉินก่อนทันที อย่าคิดว่าจะเก็บเงินที่เหลือตอนสิ้นเดือน เพราะมักจะไม่มีเงินเหลือเลย
ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรที่สามารถตัดออกได้บ้าง เช่น ยกเลิกสมาชิกที่ไม่ได้ใช้ ลดการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ ทำอาหารเองมากขึ้น
หารายได้เสริม ขายของที่ไม่ใช้แล้ว รับงานพิเศษช่วงสุดสัปดาห์ หรือหางานฟรีแลนซ์ทำ เอาเงินที่ได้ไปเก็บเป็นเงินสำรอง
ใช้เงินโบนัสหรือเงินพิเศษ เมื่อได้โบนัสประจำปี เงินจากการขายของ หรือเงินอั่งเปา อย่าเพิ่งไปใช้จ่าย นำไปเก็บเป็นเงินสำรองก่อน
แยกบัญชี เปิดบัญชีออมทรัพย์ใหม่เฉพาะสำหรับเงินสำรองฉุกเฉิน อย่าเอาไปรวมกับเงินที่ใช้จ่ายประจำวัน เพื่อป้องกันไม่ให้หยิบไปใช้โดยไม่รู้ตัว
การเก็บเงินสำรองอย่างไรให้ดี?
เก็บในที่ที่เอาออกมาใช้ได้ง่าย ไม่ควรเอาไปลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่อาจขาดทุนหรือต้องรอขายนาน ควรเก็บในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาหรือบัญชีฝากประจำระยะสั้น
อย่าลงทุนเสี่ยง เงินสำรองฉุกเฉินต้องปลอดภัย ไม่ควรเอาไปซื้อหุ้น คริปโต หรือลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง เพราะเมื่อต้องการใช้มันอาจขาดทุนไปแล้ว
เลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยดี แม้จะไม่ได้เน้นผลตอบแทน แต่ก็ควรเลือกบัญชีที่ให้ดอกเบี้ยพอสมควร เพื่อให้เงินไม่เสื่อมค่าจากเงินเฟ้อมากเกินไป
ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เงินสำรองฉุกเฉินไม่ใช่เงินสำหรับซื้อของที่อยากได้ ใช้เฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น และเมื่อใช้ไปแล้ว ต้องรีบเติมให้เต็มอีกครั้ง
จัดลำดับความสำคัญของเงินสำรอง
หลายคนอาจสงสัยว่า ควรเก็บเงินสำรองก่อนหรือใช้หนี้ก่อน? ควรเก็บเงินสำรองก่อนหรือลงทุนก่อน? คำตอบคือ:
หนี้ดอกเบี้ยสูง ถ้ามีหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิต ควรจ่ายหนี้พวกนี้ให้หมดก่อน แต่ขณะเดียวกันก็ควรเก็บเงินสำรองเล็กน้อยไว้ด้วย เช่น 10,000-20,000 บาท
หนี้ดอกเบี้ยต่ำ ถ้ามีหนี้ดอกเบี้ยต่ำ เช่น หนี้บ้าน หนี้รถ ให้จ่ายตามปกติ แต่เน้นสร้างเงินสำรองให้ครบก่อน
การลงทุน ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินครบก่อนถึงจะเริ่มลงทุน เพราะถ้าไม่มีเงินสำรอง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอาจต้องขายการลงทุนขาดทุน
สรุป
เงินสำรองฉุกเฉินเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการวางแผนการเงิน มันเหมือนเข็มขัดนิรภัยในรถ เราหวังว่าจะไม่ต้องใช้ แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องใช้ มันจะช่วยชีวิตเราได้
การมีเงินสำรอง 3-6 เดือนจะช่วยป้องกันไม่ให้เราต้องกู้เงินดอกเบี้ยสูงเมื่อเจอเหตุฉุกเฉิน ช่วยให้เรามีความอุ่นใจและมั่นคงทางการเงิน และช่วยให้เรามีเวลาในการตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างมีสติ
ถึงแม้การเก็บเงินสำรองอาจดูเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อรายได้ไม่มาก แต่การเริ่มต้นเก็บทีละน้อยๆ อย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดเราก็จะมีเงินสำรองที่เพียงพอ และนั่นจะทำให้ชีวิตของเรามั่นคงและมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ