Copenhagen: เมืองแห่งความสุข แบบ"Hygge"
หากมีการจัดอันดับเมืองที่น่าอยู่และผู้คนมีความสุขที่สุดในโลก ชื่อของ Copenhagen (โคเปนเฮเกน) ประเทศเดนมาร์ก มักจะติด Top 3 อยู่เสมอ แต่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญครับ มันเกิดจากรากฐานทางวัฒนธรรมและงานดีไซน์ที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของชาวเดนิช ที่นี่คือจุดหมายปลายทางที่คนรักงานออกแบบและคนที่กำลังมองหา Work-Life Balance ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
โคเปนเฮเกนคือเมืองที่พิสูจน์คำว่า "Form follows Function" ได้ดีที่สุด
งานสถาปัตยกรรมที่นี่ไม่ได้แค่สวย แต่ต้อง "ใช้งานได้จริง" และ "ยั่งยืน" เราจะเห็นตึกแถวสีพาสเทลเรียงรายตัดกับท้องฟ้าสีหม่นที่ท่าเรือ Nyhavn ซึ่งกลายเป็นภาพจำระดับไอคอนิก แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีสถาปัตยกรรมล้ำยุคอย่าง CopenHill โรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่มีลานสกีอยู่บนหลังคา! นี่คือความอัจฉริยะที่ผสมผสานอุตสาหกรรมเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างแนบเนียน
ถ้าคุณมาที่นี่แล้วไม่ได้ลองปั่นจักรยาน ถือว่ามาไม่ถึงครับ เพราะโคเปนเฮเกนคือเมืองหลวงของจักรยานโลก มีเลนจักรยานที่กว้างและปลอดภัยกว่าเลนรถยนต์เสียอีก การปั่นจักรยานลัดเลาะไปตามสวนสาธารณะ หรือแวะจอดซื้อกาแฟ เป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง มันช่วยลดความเครียดจากการจราจร และทำให้คนเมืองได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและผู้คนรอบข้างมากขึ้น
หัวใจสำคัญที่ทำให้คนเมืองนี้มีความสุข คือ
ปรัชญา "Hygge" (ฮุกกะ)
"Hygge" (ฮุกกะ) มันไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือ "ความรู้สึก" ความรู้สึกอบอุ่น สบายใจ และปลอดภัย เช่น การนั่งจิบช็อกโกแลตร้อนใต้แสงเทียนสลัวๆ ในวันที่ฝนตก, การห่มผ้าคุยกับเพื่อนสนิทบนโซฟา, หรือการทานมื้อเย็นพร้อมหน้าครอบครัวโดยไม่พกมือถือ ร้านคาเฟ่ในโคเปนเฮเกนแทบทุกร้านจะตกแต่งด้วยแสงไฟสีส้มนวล (Warm Light) เฟอร์นิเจอร์ไม้ และหมอนนุ่มๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ Hygge นี้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส มันคือการสอนให้เรารู้จักหาความสุขจากสิ่งเล็กน้อยรอบตัว (Simple Pleasures) แทนที่จะวิ่งไล่ล่าความสำเร็จที่จับต้องไม่ได้
การมาเที่ยวโคเปนเฮเกน จึงเหมือนการมาเข้าคอร์สบำบัดจิตใจระยะสั้น ที่ทำให้เราได้ฉุกคิดว่า จริงๆ แล้วชีวิตที่ดี อาจไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่ากาแฟดีๆ สักแก้ว หนังสือที่ชอบสักเล่ม และเวลาว่างที่ได้อยู่กับตัวเอง และในโลกที่เร่งรีบจนเราแทบจะลืมหายใจ คุณพร้อมหรือยังที่จะลองนำปรัชญา "Hygge" กลับไปปรับใช้ เพื่อคืนความอบอุ่นให้กับหัวใจตัวเองอีกครั้ง?