Maybelline x WAVS: เมื่อ Beauty คืออาวุธลับของศิลปิน! ทำไมแบรนด์เครื่องสำอางถึงกระโดดเข้าร่วมโลกดนตรี?

สำหรับ Maybelline การเข้าร่วม WAVS คือการตอกย้ำถึง Brand Purpose ที่เน้นการ Empowerment หรือการให้พลังกับทุกคนให้กล้าแสดงออก:

ดนตรีคือการแสดงออกทางอารมณ์ ในขณะที่เครื่องสำอางคือการแสดงออกทาง Visual การที่ศิลปินขึ้นเวที (ไม่ว่าจะ Live House หรือใน Metaverse) พวกเขาต้องการ ลุค ที่เสริมความมั่นใจและตอกย้ำความเป็นตัวตน Maybelline จึงเข้ามาเติมเต็มในช่องว่างนี้ ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้ศิลปิน ‘กล้าเผชิญหน้ากับดนตรี’ และ ‘กล้าเป็นตัวเองบนเวที’

คนรุ่นใหม่มองว่าเครื่องสำอางเป็นมากกว่าแค่การปกปิด แต่เป็นการ 'ครีเอตลุค' ที่ไม่จำกัดเพศหรือกรอบเดิมๆ การไปอยู่ท่ามกลางคอมมูนิตี้ศิลปินอินดี้ ทำให้ Maybelline กลายเป็นส่วนหนึ่งของ "Creative Culture" โดยตรง

Maybelline ไม่ใช่แค่สปอนเซอร์ แต่คือ 'Stylist Partner'

Maybelline เข้ามาเป็น ‘Stylist Partner’ ให้กับศิลปิน โดยการจัด Workshop สอนการแต่งหน้าสำหรับขึ้นเวทีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการทำ Stage Makeup ที่ติดทนภายใต้แสงไฟร้อนๆ หรือการสร้าง Iconic Look ที่จะทำให้ศิลปินดูโดดเด่นและเป็นที่จดจำ

การแต่งหน้าในงานดนตรีเป็น Visual Content ที่ทรงพลังที่สุด! ลุคที่ปังบนเวทีหรือใน MV จะถูกแชร์ต่อบน TikTok และ Instagram อย่างรวดเร็ว การสนับสนุนด้าน Beauty ให้ศิลปิน จึงเท่ากับเป็นการสร้าง Visual Story ให้กับทั้งศิลปินและตัวแบรนด์เองไปพร้อมๆ กัน ซึ่งตรงกับความต้องการคอนเทนต์ของ Gen Alpha และ Gen Z อย่างสมบูรณ์แบบ

เชื่อมโลก 'Street' เข้ากับ 'Stage'

การ Collab ครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงอย่างลงตัวระหว่าง Music Culture (การแสดงสด) และ Street Culture (แฟชั่นและบิวตี้) โดยมี WAVS เป็นเวทีที่ใช้ทดลอง:

  • Warner Music: มอบ Sound (ดนตรี)

  • We Are Social: มอบ Platform (Metaverse และ Digital)

  • Maybelline: มอบ Look (ความมั่นใจและ Visual Performance)

Maybelline New York ไม่ได้แค่เข้ามาเพื่อโฆษณา แต่เข้ามาเพื่อเป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างศิลปิน ที่สมบูรณ์แบบในยุคดิจิทัล โดยการมอบ ‘ความมั่นใจ’ ผ่านลุคที่จัดเต็ม ซึ่งเป็นสิ่งที่ศิลปินทุกคนต้องใช้ในการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่บนเวที!

Previous
Previous

The Beginning of a New Generation กับปรากฏการณ์ 'WAVS Night' ที่ Marshall Live House!

Next
Next

KFC x WAVS Project: ไม่ใช่แค่ไก่ แต่คือ 'โอกาสที่สอง' ในโลกดนตรี!